วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ปากหม้อ (นามปากกา) นวนิยาย เรื่อง ตะวันในม่านเมฆ ตอนที่ ๖ ตะวันอับแสง


ตอนที่ ๖
ตะวันอับแสง




เศรษฐกิจโลกพ่นพิษ   รวิญญ์กรุ๊ป   ล้มทั้งยืน

        เมื่อเงินจาง  นางก็จรจากไป  งานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย  ถูกยกเลิกไปอย่างไม่เป็นท่า

  ผู้บริหาร รวิญญ์กรุ๊ป  ทนพิษบาดแผลทางเศรษฐกิจไม่ไหว  หลบลี้หนีหายไปจากสังคมอย่างไร้ร่องรอย

     
        จอมทัพนั่งอ่านข่าวของตัวเองที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ไม่เว้นแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์บันเทิง บนม้านั่งในบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ชายหนุ่มคิดถึงภาพในอดีตเมื่อเขาย่างกรายผ่านที่ใด ทุกคนในที่นั้นจะรีบวิ่งเข้ามาทักทาย ต้อนรับ  จัดหาให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หญิงสาวสวย รายล้อมเข้ามาเพื่อทำความรู้จักและสานสัมพันธ์กับเขา แต่ตอนนี้  แม้แต่หญิงสาวกลางคืนที่เดินผ่านไปมายังเดินผ่านไปอย่างไม่เหลียวแลเพียงเพราะเขาแต่งตัวด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์   รองเท้าผ้าใบ  และสะพายเป้ติดตัวเพียงใบเดียว ทุกคนในสถานที่นี้  ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีเสียงสนทนาเกี่ยวกับธุรกิจ  ไม่มีใครพูดถึงสังคมไฮโซ   ไม่มีงานกาล่าดินเนอร์ เขาสังเกตการณ์ใช้ชีวิตของคนที่นี่  ทุกคนพูดคุยถึงเรื่องราวสถานที่ ที่พวกเขากำลังจะไป  พูดถึงความอบอุ่น ความรักที่กำลังรอการกลับไปของพวกเขา   ฟังดูแล้วช่างน่ามีความสุขจริงๆ ผู้คนถือข้าวเหนียว  หมูปิ้ง  ไก่ย่าง  กินกันอย่างมีความสุขและที่สำคัญทุกคนมีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังทุกอย่างตรงข้ามกับเขา เขาเดินทางอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีคนมาส่ง  ไม่มีเพื่อนคุย และไม่รู้ว่าที่เขาจะไปนั้น จะเป็นอย่างไร  เขาแทบไม่มีความหวังใดๆเลย เงินเพียงเล็กน้อยในกระเป๋าจะช่วยต่อลมหายใจให้เขาได้นานแค่ไหน
 
ระหว่างที่เขานั่งคิดอยู่นั้นนายสถานีก็ประกาศเรียกให้ผู้โดยสารขึ้นรถ ชายหนุ่มเดินขึ้นรถและเลือกที่นั่งข้างหน้าต่าง เพื่อที่จะได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางเพื่อบรรเทาความทุกข์ในใจ 

          รถไฟวิ่งไปเรื่อยๆ แวะรับผู้โดยสารในแต่ละสถานี  มีผู้โดยสารคนหนึ่งขึ้นมานั่งตรงข้ามกับเขา เขาไม่สนใจกับสิ่งใด สายตายังเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ความรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เริ่มมาเยือนเขาอีกครั้งเขานั่งนิ่งๆ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้สึกตัวเขาไม่รู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งนั่งมองเขาอยู่ เวลาผ่านไปนานเท่าไรเขาไม่รู้  รถไฟจอดพักให้ผู้โดยสารรับประทานอาหารและทำภารกิจส่วนตัว เขาหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้  เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด  อยู่ส่วนไหนของประเทศ

          “ ทานข้าวไหมพ่อหนุ่ม  ลุงซื้อมาเผื่อ ”  เสียงพูดดังขึ้นพร้อมกับมีมือหนึ่งยื่นข้าวกล่องพร้อมกับน้ำให้เขา
          “ ขอบคุณครับ  แต่ไม่เป็นไรครับ  ”
          “ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า  เอาไปเถอะ  ลุงเห็นคุณไม่ได้กินอะไร มาตั้งแต่ลุงขึ้นมาแล้ว ”  เขาอึ้งไปนิดหนึ่งพร้อมกับรับน้ำใจจากคุณลุงแปลกหน้าคนนั้น
          “ กินได้เลยนะ  ไม่ต้องกลัวหรอก  ลุงไม่วางยาคุณหรอก  ”  คุณลุงพูดพร้อมกับยิ้มให้เขานิดหนึ่ง เหมือนจะรู้ทันความคิดของเขา แล้วลุงก็พูดต่อไปว่า  
           “ อาการน่าจะหนักอยู่นะพ่อหนุ่มโดนพิษอะไรมาล่ะคงหนักเอาการสินะ ”
          “อาการผมมันฟ้องขนาดนั้นเลยหรือครับ”
          “ใช่สิ  คงไม่มีชายอกสามศอกคนไหน นอนน้ำตาไหลออกมาแบบไม่รู้ตัวดอก อาการนี้ลุงก็เคยเป็นนะ ”
          “  ลุง โดนพิษอะไรล่ะครับ ”
          “ พิษความจนยังไงล่ะพ่อหนุ่ม ความจนมันน่ากลัวน่ะ แต่มันก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ถ้าเรามีสติ  เพราะความจน ทำให้ลุงต้องพัดพรากจากคนรักแต่ลุงก็เข้าใจพ่อแม่เขานะ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกสาวตนเองได้กับคนยากจน  แต่ความยากจนนี้ล่ะจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักแท้ของเรา แล้วพ่อหนุ่มล่ะ ยังไม่ตอบลุงเลย ว่าโดนพิษอะไรมา ถ้าให้ลุงเดา    ก็คงเดาไม่ถูกหรอกนะ เพราะทุกวันนี้ มลพิษทางสังคมมันมากเหลือเกิน แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องตอบลุงก็ได้ ”

          ชายหนุ่มเปิดเปลือกตามองเพื่อนร่วมทางอย่างเต็มตา เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจความอบอุ่นที่เขาหาได้น้อยมากจากสังคมที่เขาจากมา จอมทัพตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาเพียงบางส่วนให้ลุงฟังว่าเขาตกงาน บริษัทขาดทุน จึงต้องปลดพนักงานออก  หญิงสาวคนรักบอกเลิกงานแต่งงาน เขาจึงเดินทางเพื่อไปรักษาแผลในใจ  
          “ เรื่องเล็กๆน่ะพ่อหนุ่ม บนวิกฤติยังมีโอกาสที่ดีทำให้เราได้รู้จักธาตุแท้ของคน ดีแล้วล่ะ ที่เลิกกันก่อน ดีกว่าอยู่กันไปแล้วเลิกรากันทีหลัง  ลุงล่ะสงสารแต่คนในข่าว เขาคงลำบากน่าดู  คนไม่เคยจน  พอจนก็ไม่เหลืออะไรเลย  เราก็แค่กลับมาจนอีกครั้งหนึ่งแค่นั้นเอง ” 

เมื่อได้พูดคุยสนทนา ทำให้คลายความทุกข์ในใจไปได้บ้าง  การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเสียทีเดียว เขายังได้พบมิตรภาพและความจริงใจอันสวยงามอยู่บ้าง  คุณลุงเพื่อนร่วมทางหลับไป เขาจึงได้อยู่กลับตัวเองอีกครั้ง  เขาคิดถึงลลิณ  คิดถึงคำพูดของเธอ เธอต้อนรับเขาเสมอในฐานะเพื่อนร่วมโลก มันจุดประกายความหวังเขาขึ้นมาอีกครั้ง เขาสัญญากับตัวเองว่าอนาคตต่อไปข้างหน้าจะเจออะไรเขาต้องอดทนและเอาชนะมันให้ได้ แล้วเขาก็หลับไป เขาฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันมากมายเหลือเกิน ทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป   เขาสะดุ้งตื่นอีกครั้ง เมื่อนายสถานีประกาศว่ารถไฟขบวนนี้ได้นำทุกท่านมาสู่จุดมุ่งหมายปลายทางอย่างสวัสดิภาพและขอให้ผู้โดยสารทุกท่านจงประสพพบเจอแต่ความสุข ความสมหวัง ตลอดไป 
          “  โชคดีนะพ่อหนุ่ม ”
          “ ขอบคุณครับ  เช่นกันนะครับลุง ” 

          ก่อนเดินทาง จอมทัพได้สอบถามเส้นทางไปบ้านลลิณมาเรียบร้อย เขาจึงเดินทางต่อไปที่บ้านของหญิงสาวโดยรถสองแถว  ธรรมชาติสองข้างทางยังสวยงามผู้คนสนทนาซักถามกันเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน เขาบอกจุดหมายปลายทางที่จะไป 
          “จะไปพัก ชื่นชมธรรมชาติที่นั่นหรือคุณ บรรยากาศเขาดีมากเลยนะ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะเลย เจ้าของบ้านก็น่ารัก เขาไม่เน้นเรื่องเงินนะ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า เก่งจริงๆเลยนะผู้หญิงตัวนิดเดียวที่สำคัญนะสวยด้วย สวยทั้งกายทั้งใจเลย ถ้าฉันมีลูกชายนะฉันจองเป็นลูกสะใภ้แน่ๆเลยคุณ ”  ชายหนุ่มยิ้มให้คนพูด เมื่อถึงปลายทางชายหนุ่มเข้าไปขออาศัยอยู่ที่วัด
 “ ไปไง มาไงล่ะโยม มาจากไหนล่ะ หนีอะไรมารึเปล่าดูจากหน้าตาและผิวพรรณแล้วไม่น่าจะใช่คนแถวนี้”
หลวงพ่อถามหลังจากที่ชายหนุ่มก้มกราบเสร็จและแจ้งความประสงค์กับหลวงพ่อว่าจะมาขอพักในวัดสักระยะหนึ่ง
          “ ผมชื่อจอมทัพ มาจากกรุงเทพครับ ผมตกงานและอกหัก  จึงต้องการมาหาที่พักใจสักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะตั้งตัวสู้ใหม่อีกครั้งครับ  และผมขอรับรองว่าผมไม่ได้หนีคดี  หรือหนีความผิดทางกฎหมายใดๆทั้งสิ้นครับ  และผมก็จะขอทำหน้าที่เหมือนเด็กวัดทั่วไป  ครับ ”
          “งั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่ไปก่อนก็แล้วกันน่ะ มันอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนในที่ที่คุณจากมานะโยม ที่นี่บ้านนอก อาหารการกินก็แบบบ้านๆ  คนหนีร้อนมาพึ่งเย็นก็ต้องช่วยเหลือกันไปนะโยมสิน ”  หลวงพ่อหันไปพูดกับคนชื่อสิน
“ ครับหลวงพ่อ  มีอะไรก็ช่วยๆกันไป  เราคนไทยด้วยกัน  ฝรั่งมังค่าผ่านมาเรายังช่วยเหลือ  แล้วทำไมเราจะช่วยคนไทยด้วยกันไม่ได้ล่ะ หลวงพ่อ ”
“ ขอบคุณครับ ”
แล้วหลวงพ่อก็ให้คนพาเขาไปยังที่พัก  เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่า เงินอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาโหยหา หรือต้องการมากที่สุดแล้ว หรือว่า คำพูดของลลิณจะเป็นจริง  “ เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ”  เขาเริ่มชอบบรรยากาศและวิถีชีวิตของคนที่นี่เสียแล้ว  หรือนี่คือสิ่งที่เขาต้องการและพยายามไขว่คว้าหามาตลอด 




                                                                                                ปากหม้อ 

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

ปากหม้อ (นามปากกา) นวนิยาย เรื่อง ตะวันในม่านเมฆ ตอนที่ ๕ จุดเปลี่ยน

ตอนที่ ๕
จุดเปลี่ยน



เช้าวันนี้ลลิณรู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง สบายใจเป็นพิเศษ หลังจากที่เคลียร์งาน ส่งมอบงานให้กับฉัตรชัยเรียบร้อยแล้ว  เธอก็แพ็คกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับ เชียงใหม่ ดินแดนบ้านเกิด  เก็บของไป  ยิ้มไป ฮัมเพลงไป อย่างมีความสุข  เธอได้ปลดพันธนาการต่างๆออกจนหมดสิ้น ในใจของเธออยากเดินทางกลับด้วยรถไฟ เพราะอยากสัมผัสบรรยากาศเก่าๆสมัยวัยละอ่อนที่เดินทางมาร่ำเรียนในเมืองหลวง  และคิดว่าจะเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ  แวะบ้านเพื่อนเก่าบ้าง  อยากทำตัวเป็นนกขมิ้นบ้าง  เดินทางไป ค่ำไหน นอนนั่น  แต่ความคิดนี้ก็ถูกปิดใส่กลอนเพราะฉัตรชัยและเพื่อนร่วมงานขอเดินทางไปส่งเธอด้วย  โดยที่เขาให้เหตุผลว่า มีกำหนดการที่จะพาพนักงานไปพักผ่อนอยู่แล้ว หลังเสร็จงานของรวิญญ์ กรุ๊ป  จึงทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง   และที่สำคัญเขาไม่อยากให้เธอเดินทางคนเดียว  เพราะสังคมทุกวันนี้ไม่น่าอยู่เหมือนเดิม ข่าวการปล้น ฆ่า ข่มขืน ในรถไฟ มีให้เห็นอยู่บ่อยไป

รถตู้พาคณะนกขมิ้นออกเดินทางจากเมืองหลวงอันวุ่นวาย  มุ่งหน้าสู่ ภาคเหนือของประเทศ รถวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เพราะคณะอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติอันบริสุทธ์ที่พวกเขาโหยหามาตลอด  พวกเขาใช้เวลาในการเดินทาง ๒ วัน กับอีก ๑ คืน  ก็ถึงบ้านของหญิงสาวทุกคนมีความสุขและโล่งใจเมื่อหญิงสาวกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย คืนนี้ทุกคนนอนพักที่บ้านของหญิงสาว   เมื่อทุกคนพักผ่อนหมดแล้ว  ฉัตรชัยจึงได้มีโอกาสสนทนากับลลิณและคุณพ่อของเธอถึงกิจการสวนส้มที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้
“ลลิณ  คิดไว้รึยังว่าต่อจากนี้จะทำอะไร และ จะทำยังไงต่อกับสวนส้มนี้ ” 
“ลลิณ คิดเอาไว้ว่าเก็บส้มล็อตนี้เสร็จแล้ว  จะรื้อสวน เอาต้นที่แก่แล้วออก   ทำการพัก  และบำรุงดินก่อน  แล้วจะทำการเกษตรแบบผสมผสาน  ลิณมีโครงการอยู่ในใจหลายอย่างนะพี่  สำเร็จเมื่อไหร่ จะเชิญพี่มาเป็นลูกค้าวีไอพีคนแรกเลย ”
“ดีแล้วลูก พ่อก็จะได้วางมือเสียที  ให้คนรุ่นใหม่ ที่เขามีแนวคิดใหม่ๆ มาพัฒนาต่อจะได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก  ความคิดรุ่นพ่อ มันไม่ทันกินเขาแล้วลูก ต่อไปพ่อจะได้มีเวลาไปสนทนาธรรมะกับหลวงพ่อที่วัดจริงๆจังๆเสียที ” ทั้งสามคนนั่งคุยกันจนดึก จึงแยกย้ายกันพักผ่อน

เช้าวันใหม่  ลลิณจัดให้ทุกคนได้สัมผัสวิถีชีวิตของชนบท โดยปลุกทุกคนมาร่วมตักบาตรและเดินชมบรรยากาศทั่วไปของหมู่บ้านพอถึงเวลาสายคณะก็เดินทางกลับและก็ได้เวลาของหญิงสาวที่จะได้ระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ซึ่งคนในชุมชนยังคงรักษาทุกอย่างไว้ได้ดี  ทั้งวัฒนธรรมประเพณี  ค่านิยมอันดีงาม  ผู้คนต่างมาถามข่าวคราวและรู้สึกยินดีกับการกลับมาอยู่บ้านของเธอ   หญิงสาวถือโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับโครงการที่เธอจะทำ  ทุกคนยินดีร่วมมือและพร้อมให้การสนับสนุนเธออย่างเต็มที่  ทำให้เธอแอบรู้สึกเสียดายเวลาที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง

อีกฝั่งหนึ่งของประเทศ  โครงการรวิญญ์พาราไดซ์ วิลล์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ  ห้องชุดสุดหรู ถูกจับจองเกือบหมดแล้ว  สร้างความพอใจให้กับผู้บริหารหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง  เขายังคงคิดถึงคำพูดผู้หญิงคนหนึ่งไม่สร่างซา  “เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณ อยู่ได้โดยไม่มีเงิน  ฉันจะให้โอกาสคุณ ”  คิดยังไงเขาก็คิดไม่ตกว่า เขาจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าไม่มีเงิน  ตั้งแต่วันที่หญิงสาวจากไป เขายังคงคิดถึงและพยายามติดต่อหญิงสาวทุกวิถีทาง แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่า จะแบกหน้าไปหาหญิงสาวได้อย่างไรในเมื่อเขายังคงต้องการเงินเพื่อดำรงชีพ ซึ่งไม่ใช่เพียงเขาคนเดียว แต่อีกหลายๆชีวิตยังต้องพึ่งพาเขาอยู่  เขาได้แต่คอยฟังข่าวคราวของหญิงสาว  ทำให้ทราบว่า ตอนนี้หญิงสาว กำลังทำเกษตรผสมสานบนผืนดินของพ่อที่มอบให้เธอ เธอปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงปลา ทำนา  ทำโฮมสเตย์  ทุกอย่างที่เธอทำ กำลังไปได้ดี และสิ่งที่เธอทำกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว   เป็นอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติ แต่เขายังไม่เลิกที่จะชวนเธอมาทำงานด้วย เขาพยายามโน้มน้าวจิตใจเธอ แต่เธอยังยืนยันคำพูดเดิมทุกอย่าง เขาทำงานหนักทุกวันเพื่อให้ลืมเธอ    หรือว่าเส้นทางของเขากับเธอจะขนานกันเสียแล้วเมื่อวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆความคิดถึงก็เริ่มสร่างซาแต่ไม่เคยจางหายไปจากเขา  

จอมทัพกำลังมีความสุขกับรายได้ที่เข้ามาสู่กระเป๋าอย่างเป็นกอบเป็นกำ และทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างดี  เขาวางแผนจะขยายกิจการโรงแรมไปทางภาคเหนือ  เขาให้ศาสตราติดต่อ เจรจาซื้อขายที่ดินผืนงาม ในจังหวัดเดียวกันกับลลิณ ทำให้หลายๆคนสงสัยในตัวเขา เพราะชายหนุ่มไม่ค่อยพิศวาสชีวิตชนบทเท่าไรนัก  เขาบอกทุกคนว่า  ตอนนี้พื้นที่ในเมืองใหญ่ค่อนข้างแออัด ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนทิศทางในการพักผ่อน  เริ่มหันไปใช้ชีวิตสัมผัสธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ นั่นเป็นเหตุผลรองในการขยายงานของเขา แต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นเขารู้อยู่แก่ใจตลอดเวลา ว่าเขาไม่เคยลืมเธอคนนั้นเลย เมื่อโครงการนี้สำเร็จก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงสาวอีกคนที่คบหากันมานานแล้ว เพราะ ญาติฝ่ายเธอก็รุกเร้าให้เขาทำอะไรให้ถูกต้องเสียที ชายหนุ่ม กำลังจะแต่งงานกับคุณระดับดาว  ในเร็วๆนี้   คิดดูแล้ว คงไม่มีใครจะมีความสุขมากกว่าเขาแล้วในขณะนี้  การงานก็เจริญก้าวหน้า   การเงินก็มั่นคง  คู่ครองก็เหมาะสมกันดี

          แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  ภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังปรวนแปร  และดูว่าจะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ  กิจการโรงแรมในเครือ รวิญญ์ กรุ๊ป  ก็ขาดสภาพคล่อง เพราะ นักท่องเที่ยวและทัวร์ต่างๆแห่กันถอนจองที่พัก เพราะทุกคนต่างก็ต้องรัดเข็มขัดกันเต็มที่  เพราะไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไรเศรษฐกิจจะฟื้นตัว  ธุรกิจทุกอย่างต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โครงการรวิญญ์พาราไดซ์ วิลล์ก็เช่นกัน  ลูกค้าต่างก็ขอคืนห้องชุดหรู เพราะไม่สามารถผ่อนต่อไปได้  ปัญหานี้สร้างความหนักใจแก่จอมทัพเป็นอย่างมาก  เขารีบเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ  จนได้ข้อสรุปว่า  เขาจำเป็นต้องขายหุ้นบางส่วนเพื่อพยุงกิจการต่อไป  แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ เขาจึงตัดใจขายกิจการส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้  แต่ก็เพียงแค่ชะลอไว้ได้แค่ช่วงเวลานิดเดียวเท่านั้น  ชายหนุ่มเริ่มคิดหนัก เขาพยายามติดต่อไปหาคู่ค้าร่วมทางธุรกิจที่เขาเคยช่วยเหลือ  แต่ทุกคนปฏิเสธการติดต่อของเขา บางคนก็ให้เลขาบอกว่า ไม่อยู่ ไม่สะดวกคุยแล้วจะติดต่อกลับไป ไปต่างประเทศบ้าง  ไปพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง ซึ่งเขารู้ดีว่ามันคือข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอดแค่นั้นเอง แต่เขาก็ไม่โทษใครหากเป็นเขาก็คงทำเช่นเดียวกัน ปัญหาทุกอย่างประดังประเดมาหาเขา ทั้งปัญหาเรื่องงาน ปัญหาส่วนตัว เขาพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของทุกคน  มีคนเสนอให้เขาขายกิจการทั้งหมด  แต่ถ้าขายในสภาวะเช่นนี้เขาก็รู้ว่ามันจะเป็นเช่นไร  เขาเริ่มขายทรัพย์สินชิ้นเล็กๆออกไปเรื่อยๆ ธนาคารทุกแห่งเริ่มส่งหนังสือทวงการจ่ายชำระหนี้ที่คงค้างอยู่

          ชายหนุ่มเริ่มทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เขาส่งคนไปเจรจาทวงหนี้จากฝ่ายของระดับดาว แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจขายกิจการทุกอย่างที่มี ให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติในราคาที่ค่อนข้างต่ำ  โดยมีเงื่อนไขว่า  ผู้บริหารคนใหม่ ต้องรับพนักงานของเขาทั้งหมดไว้ทำงานเหมือนเดิม ตำแหน่งเดิม  ยกเว้นแต่ว่าใครประสงค์จะลาออกไปทำอย่างอื่น เขานำเงินที่ได้จ่ายให้กับแม่บ้าน  คนขับรถ  คนรับใช้  และทุกคนที่อาศัยอยู่ในบ้านของเขาและให้ทุกคนไปหางานใหม่ เพราะเขาจำเป็นต้องขายบ้านและทรัพย์สินในบ้านทุกอย่างอีกด้วย 


          เมื่อเขาจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว  เขาไปขออาศัยอยู่กับระดับดาว  ทุกคนให้การต้อนรับเขาแบบเสียไม่ได้รวมทั้งตัวหญิงสาวด้วย  ทั้งที่เขาบอกว่าเขาจะอยู่สักระยะหนึ่งเท่านั้น  แต่เสียงกระแนะกระแหนต่างๆจากคุณหญิงป้าก็ดังเข้าหูเขาบ่อยๆ  งานแต่งงานทั้งหมดถูกยกเลิกจากฝ่ายหญิง  ทำให้เขามีโอกาสได้ตัดสินใจง่ายขึ้น  เขาติดต่อศาสตราให้ซื้อตั๋วรถไฟปลายทางเชียงใหม่ให้ที่หนึ่ง  เขาจะเดินทางไปตามหาสิ่งที่ค้างคาใจเขามาตลอด   ลูกน้องเสนอให้ชายหนุ่มใช้รถของเขา แต่จอมทัพก็ปฏิเสธ  เขาอยากค้นหา และพิสูจน์คำพูดของลลิณ ว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร  คนเราจะอยู่ได้โดยไม่มีเงิน ได้อย่างไร



                                                                                                    ปากหม้อ

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

ปากหม้อ (นามปากกา) นวนิยาย เรื่อง ตะวันในม่านเมฆ ตอนที่ ๔ อุดมการณ์


ตอนที่ ๔
อุดมการณ์






          ลลิณ ย้ายเข้ามาพักอยู่ที่ภายในบริเวณก่อสร้างคอนโดหรูของรวิญญ์ กรุ๊ป เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพร้อมทีมงานทำงานด้วยความขะมักเขม้น  และมีความเป็นมืออาชีพ เป็นที่พอใจของเจ้าของโครงการอย่างยิ่ง  หญิงสาวได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจว่า ตั้งแต่เธอและทีมงานเข้ามาทำงาน ยังไม่เคยเจอเจ้าของโครงการเลย  พบเพียง คุณศาสตราที่คอยอำนวยความสะดวกให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง   แต่เธอหารู้ไม่ว่า  ชายหนุ่มแอบเฝ้ามองการทำงาน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉัตรชัยอยู่ตลอดเวลา

          “  เจ้านาย จะแอบแบบนี้นานแค่ไหน ครับ   ทำไมไม่เปิดตัวไปเลย ว่าเจ้านายสนใจคุณลลิณ ”
“ ศาสตราก็น่าจะรู้เหตุผลดีนะ  ผมจะแสดงตัวอะไรได้มากมาย   ในเมื่อคุณดาวก็ยังแวะเวียนเข้าออกอยู่ตลอด แล้วข้อเสนอที่ผมให้คุณไปทำ  เธอว่าอย่างไรบ้าง    ”
“ เธอ ยังไม่ให้คำตอบครับ  ขอเวลาทำงานนี้ให้เสร็จก่อน แต่ผมสังเกตดูแล้วคุณลลิณไม่ค่อยสนใจ ทั้งเงิน  ที่พัก รถประจำตำแหน่ง  และสวัสดิการอื่นๆที่เจ้านายเสนอเลยนะครับ   ”
“ คุณทำเต็มที่รึยัง  หรือว่า ที่เสนอ มันอาจจะน้อยไป   เลยเล่นตัวโก่งราคารึเปล่า  ผมยังเชื่อในอำนาจของเงินอยู่นะศาสตรา”  

ลูกน้องคนสนิทอึ้งไปกับคำพูดของเจ้านายหนุ่ม  แต่ในส่วนหนึ่งเขาก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้านาย เพราะผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาพบปะ สนทนากับเขาล้วนแต่หวังผลประโยชน์จากเขาทั้งสิ้น  ทั้งธุรกิจ   เงินทอง
แต่ศาสตรายังคงเชื่อมั่นในความเป็นลลิณอยู่ว่า  เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอ จากการที่เขาได้ทำงานร่วมกับเธอ และการพูดคุยกับลูกน้องและทีมงานของเธอ  ทุกคนรักและเคารพเธอ  เธอช่วยเหลือทุกคนที่มีปัญหาอย่างเต็มที่และเต็มใจ  เธอยอมแบ่งค่าจ้างส่วนหนึ่งของเธอ ช่วยพนักงานคนหนึ่งที่ลูกไม่สบายมาก   

          งานตกแต่งดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับการเปิดจำหน่าย ที่กำลังจะครบกำหนดในอีกไม่นานศาสตราจึงมาขอคำตอบจากหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง 
          “ สวัสดีครับ คุณลิณ  เป็นไงบ้างครับ มีปัญหาอะไรให้ช่วยไหมครับ ” 
          “ค่ะ คุณศาสตรา  ทุกอย่างไม่มีปัญหาค่ะ  ที่พักสะดวกสบาย  งานราบรื่นดีทุกอย่าง ลงตัวดีค่ะ  แต่ ฉันคิดว่าคุณคงไม่ได้มาเรื่องนี้มั้งคะ  ถ้าแค่เรื่องนี้  คนฉลาดระดับคุณคงไม่ต้องถามหรอกค่ะ  สังเกตเอาก็ได้  ”
          “แหม  คุณลิณ ก็  รู้ทันแบบนี้ ผมไปไม่เป็นเลยนะนี่  งั้น ถามตรงๆเลยนะครับ  คำตอบคืออะไรครับ”
          “คำตอบคงสำคัญกับเจ้านายคุณมากนะคะ คุณถึงพยายามมากขนาดนี้  ทั้งที่พัก  อาหาร ของกำนัลต่างๆที่สรรหามาให้ฉันและทีมงาน  รู้สึกว่ามันจะมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ ค่ะ ”
          “ รู้ทันอีกแล้ว  คุณลิณ เอาตรงๆเลยนะครับ  คือคุณจอมทัพ เจ้านายผมอยากได้คุณมาร่วมงานกับท่านจริงๆทางรวิญญ์กรุ๊ป มีโครงการจะขยายงานไปทางภาคเหนือ ถ้าคุณตกลง ท่านจะให้คุณดูแลงานโครงการทางภาคเหนือทั้งหมด  ”
          “ แล้วทำไมเจ้านายคุณ ไม่มาเอาคำตอบเองล่ะคะ ฉันทราบว่า เจ้านายคุณก็อยู่ที่โครงการเกทอบตลอดไม่ใช่หรือคะ  เอางี้ให้เขามาคุยกับฉันโดยตรงดีกว่า  เขาจะได้รู้ว่าคุณมีความพยายามมากแค่ไหนกับการกล่อมฉัน  ฉันขอตัวนะคะ  ขอบคุณสำหรับการอำนวยความสะดวกนะคะ ” 
          ศาสตรานำความไปสู่เจ้านายทุกข้อความ  ทำให้จอมทัพเกิดความอยากอาชนะหญิงสาวมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจมาพบหญิงสาวที่ไซด์งาน  การมาของชายหนุ่มสร้างความสงสัยให้กับฉัตรชัยและที่มงานอย่างยิ่ง 
          “ คุณจอมทัพเขาจะมาทำไมลิณ  ทั้งที่ไม่เคยมาเลย  ส่งแต่คุณศาสตรา มา  ”
          “ เขาคงมาตรวจงานมั้งพี่ เพราะใกล้ถึงวันส่งมอบงานแล้วนี่ ”
          “พี่ลิณครับ  คุณจอมทัพขอพบพี่ครับเป็นการส่วนตัวด้วยนะพี่  ที่สำนักงานนะ  ” น็อต เข้ามาบอกหญิงสาว
เมื่อหญิงสาวเดินไป  ฉัตรชัยจึงหันไปคุยกับน็อต 
“ คุณจอมทัพ  เขาเรียกลิณไปพบทำไมกันนะ  ”
“นั่นนะสิครับ  ทำไมต้องเป็นพี่ลิณ  น่าจะเป็นพี่มากกว่านะครับ ” น็อตเดินจากไปพร้อมกับทิ้งคำถามให้เขาคิด
หญิงสาวเข้าไปพบจอมทัพภายในสำนักงาน  พนักงานรีบพาเธอเข้าไปพบชายหนุ่มทันที
“คุณจอมทัพคะ  คุณลลิณมาแล้วค่ะ ” ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมาทางต้นเสียง ทันที
“สวัสดีรับ  คุณลลิณ  เชิญนั่งครับ  จิตรี  ขอเครื่องดื่มเย็นๆ  ให้คุณลลิณด้วย” ลลิณยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีแล้วนั่งลง  พร้อมถามว่า  “ คุณมีธุระกับดิฉันหรือคะ  หรือว่า ต้องการให้เราปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติมงานส่วนไหนคะ” หญิงสาวถามออกไปทั้งๆรู้ว่า เขาเรียกเธอมาพบทำไม
“ใจเย็นๆครับ ดื่มน้ำส้มเย็นๆให้ชื่นใจก่อนดีกว่า ”
“คุยธุระของคุณมาดีกว่าค่ะ  ดิฉันต้องรีบไปทำงาน ไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานค่ะ  และที่คุณเรียกฉันมาพบคงเป็นเรื่องที่คุณมอบหมายให้คุณศาสตราทำ  ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ ” เธอรัวคำถามโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดเลย  
“ฉัน ขอชี้แจงให้คุณเข้าใจเลยนะคะ  คุณศาสตราจะได้เลิกพยายามเสียที ฉันสงสารเขาค่ะ  เขามีความสามารถที่จะสร้างรายได้ให้คุณมากกว่านะคะ  ดีกว่าให้เขามาเกลี้ยกล่อมฉัน   ฉันชื่นชมในความพยายามมากเลยค่ะ แต่ขอบอกคุณ ตอนนี้  ที่นี่  เลยค่ะว่า  ดิฉันไม่ได้ต้องการเงินมากมาย  ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินจนลืมความสำคัญของครอบครัวอันเป็นที่รักของดิฉันหรอกนะคะ  หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะคะ  คุณคงรู้ข้อมูลของดิฉันมากพอสมควรแล้ว  ดิฉันเคยสัญญากับพ่อว่า ดินจะกลับไปสานต่อกิจการของพ่อ  นั้นคือเหตุผลที่ดิฉันปฏิเสธข้อเสนอของคุณ  ที่บ้านดิฉัน เงินเป็นเพียงปัจจัยเล็กน้อยเท่านั้นแหละค่ะ และอีกประการหนึ่งดิฉันเชื่อมั่น ในเรื่องความกตัญญูค่ะ  พี่ฉัตรชัยปั้นฉันมา ฉันไม่ทรยศพี่เขาหรอกค่ะ คุณคงชัดเจนในคำตอบแล้วนะคะ  สำหรับสังคมของคุณ เงินอาจสำคัญ แต่สำหรับสังคมของฉันไม่ใช่ ค่ะ ” ระหว่างสนทนา เสียงอินเตอร์คอมก็ดังขึ้น   

“ เจ้านายคะ  คุณระดับดาวมาค่ะ ”
“บอกคุณดาวรอก่อนนะจิตรี  ผมยังคุยธุระไม่เสร็จ ” แล้วเขาก็หันมาคุยกับหญิงสาวต่อ
“ผมอยากให้คุณพิจารณาสิ่งที่คุณจะได้รับอีกครั้งหนึ่งก่อนนะ  ผมจะเพิ่มทุกอย่างให้คุณอีกเท่าตัวเลยถ้าคุณคิดว่ามันน้อยไป ”  หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแฝงความไม่พอใจจนสามารถสัมผัสได้
          “ดิฉันคิดว่า ดิฉันได้ให้คำตอบคุณชัดเจนแล้ว  คนระดับผู้บริหารฉลาดๆเช่นคุณไม่น่าจะเข้าใจยากเลยนะคะคุณอย่าเสียเวลากับดิฉันเลย  เอาใจใส่ความรู้สึก คนที่รอคุณอยู่ข้างนอกดีกว่านะคะ ”
          “ ผมต้องทำอย่างไร คุณถึงจะตกลงมาร่วมงานกับผม ”
          “เมื่อไรก็ตามที่คุณเลิกให้ความสำคัญกับเงินให้ได้ก่อน  แล้วเราคงจะได้ร่วมงานกันนะคะ หวังว่าคุณคงทำได้นะคะ ดิฉันขอตัวนะคะ   ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคนรอนะคะ ว่ามันเป็นเช่นไร  ”  หยิงสาวทิ้งท้ายพร้อมกับเปิดประตูออกไป  และยิ้มให้กับคุณจิตรี และเลยไปถึงหญิงสาวอีกคนที่นั่งรออยู่
          “ใครหรือจิตรี  ฉันไม่เคยเห็นหน้า แล้วมีธุระสำคัญอะไรกับคุณจอมทัพ ” หญิงสาวถามอย่างไว้ตัว กริยาช่างแตกต่างกับตอนอยู่กับเจ้านายของเธออย่างสิ้นเชิง
          “คุณลลิณค่ะ  เธอเป็นสถาปนิก ของโครงการนี้ค่ะ  แต่จะคุยอะไร  สำคัญมากไม่มากดิฉันไม่รู้หรอกคะ เรื่องของเจ้านาย  แต่ก็คงจะสำคัญอยู่นะคะ ถ้าไม่สำคัญคงไม่มาพบเอง ” จิตรีทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่หญิงสาว
          “ให้ฉันเข้ามาอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ  เธอคงจะรู้นะ บอกให้เธอเตรียมใจไว้ก่อน” แล้วสาวน้อยเดินสะบัดเข้าไปหาจอมทัพ  
จิตรี มองตามพร้อมรำพึงเบาๆ  “แก้ตัวเอาเอง นะเจ้านาย” เวลาผ่านไปไม่นาน   จอมทัพก็เดินออกมาพร้อมกับระดับดาว
          “ น้องดาว  ไปรอพี่ที่รถก่อนนะคะ   พี่ขอเคลียร์งานกับจิตรี นิดหน่อย ”
          “ค่ะ  แต่อย่านานนะคะ  ดาวอยากทานอาหารอิตาลี ค่ะ ”  หญิงสาวออดอ้อนพร้อมเดินจากไปแต่ไม่วายจิกตามองมายังจิตรี
          “ จิตรี คุณสร้างงานให้ผมอีกแล้วนะ ”
          “ ขอโทษค่ะเจ้านาย ก็คุณวางมาดเป็นนายหญิงซะเหลือเกิน  แต่ไม่น่าจะยากนะคะ  อาหารอร่อยๆ แหวนเพชรสักวง ก็คงเรียบร้อย ”
          “แต่แบบนี้บ่อยๆไม่ดีนะ  สักวันผมคงหมดตัว  ”
          “ต้องแบบคุณสถาปนิก ใช่ไหมคะ  ”  ชายหนุ่มถอนหายใจ  พร้อมสั่งงานจิตรี แล้วก็เดินออกไป

          ลลิณกลับไปทำงานต่อพร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับฉัตรชัยและทีมงานฟัง  ทุกคนสบายใจและโล่งใจที่หญิงสาวยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองที่จอมทัพเสนอให้ และเมื่อส่งมอบงานเสร็จ  ฉัตรชัยพาทุกคนไปเลี้ยงขอบคุณและถือโอกาสเลี้ยงส่ง ลลิณด้วย

“พี่ลิณครับ  พวกเราตกลงกันแล้ว เราจะไปส่งและสำรวจกิจการพ่อพี่ลิณด้วยนะ”  น็อต บอก
“ด้วยความยินดีจ้า ทุกคน ”
 วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรหญิงสาวไม่รู้  รู้เพียงว่าถึงเวลาที่ต้องตอบแทนบุพการีและแผ่นดินเกิดเสียที่ หญิงสาวคิดและฝันถึงดินแดนบ้านเกิดอย่างมีความสุข
“รอหน่อยนะบ้านนอกที่รัก  ฉันกำลังจะกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของเจ้า”




          
                                                                                            

                                                                                        ปากหม้อ
                                                                                        



          

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

ปากหม้อ (นามปากกา) นวนิยาย เรื่อง ตะวันในม่านเมฆ ตอนที่ ๓ เสน่าหาเงินตรา

ตอนที่ ๓
เสน่หาเงินตรา




ณ  ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรู ชายหนุ่ม  หญิงสาว ที่กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยนั้น ก็ได้ตกเป็นเป้าสายตาของคนในร้าน ต่างมองคนคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย  ทั้งอิจฉา ชื่นชม  บางคน รู้สึกสงสารหญิงสาวนางนี้  เสียงซุบซิบต่างๆเริ่มเข้าหู คนทั้งคู่

“ นี่เธอ ฉันล่ะ อิจฉา คุณหนูผู้ดี คนนั้นจัง   เขาช่างเหมาะสมกันจริงๆนะ  สาวไฮโซ กับ หนุ่มนักธุรกิจผู้ร่ำรวย  แต่งกันไป สบายไปถึงชาติหน้าเลยนะ ”
“ เธอ ก็ พูดเกินไป ฉันล่ะสงสารนางมากกว่านะ  เพราะ ข่าวคราวของผู้มีมากเหลือเกิน  บูชาเงินที่หนึ่งล่ะ  ไม่ผูกมัดกับใคร  ไม่รู้เขาจะจริงจังกับนางแค่ไหน  กลัวเหมือนกับหลายคนๆที่ผ่านมา นะสิ  ”
“  แต่ ผู้หญิงก็ได้ไปเยอะเหมือนกันนะ ถ้าใช้จ่ายเป็น  ก็อยู่ได้แบบสบายๆเลยนะแต่คนนี้ไม่เหมือนคนอื่นนะ ผู้ดีขนานแท้เลยล่ะ  ”

เสียงซุบซิบต่างๆ ทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ  จึงชวนชายหนุ่มกลับ
ขณะนั่งรถกลับ ชายหนุ่มสังเกตเห็นความผิดปรกติของหญิงสาว
“ น้องดาว มีเรื่องอะไร  ไม่สบายใจหรือเปล่าครับ  ทำไมเงียบไป ”
“ พี่จอม  ได้ยินคนในร้านอาหารคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของเราไหมคะ   ดาวได้ยินแล้วไม่สบายใจเลย ”
“พี่คิดว่า เราคุยกันเข้าใจตั้งแต่ต้นแล้วนะครับ ผมคบใคร คบทีละคน ให้ความสำคัญกับคนที่คบเสมอ น้องดาวก็รู้ว่า  ตอนนี้ผมกำลังสนุกกับงาน  และกำลังสร้างโครงการใหม่อยู่  ”
“ ดาวก็เข้าใจนะคะ  แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากสังคม ดาวก็อดที่จะหวั่นไหว ไม่ได้ทุกที ”
          “คุณดาวอย่าคิดมากเลยนะครับ ยังไงตอนนี้คุณก็คือคนที่ผมสนิทที่สุด  ”
          “ ได้ยินแบบนี้ ดาวก็สบายใจขึ้นค่ะ  แต่ ดาวก็ยังมีบางอย่างที่ไม่สบายใจอยู่ดีค่ะ ”
          “ คุณดาวมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ  ไม่ต้องเกรงใจ ”
          “ คือว่า ......ดาว .....  ลำบากใจที่จะพูด ดาวไม่อยากรบกวนพี่จอมเลยค่ะ  ที่ผ่านมาก็รบกวนพี่มากแล้ว  ”
          “ มีอะไร ว่ามาเลยครับ  ไม่ต้องเกรงใจ  ”
          “ คือ  คุณหญิงป้า น่ะค่ะ อยากลงทุนเกี่ยวกับจิลเวอรี่  แต่ติดขัด ที่งบที่จะใช้ลงทุนน่ะค่ะ มันขาดไปอยู่นิดหนึ่ง ค่ะ  ”  
          “  ขาดเท่าไรครับ   ”
          “ล้านนึงค่ะ  ”  ชายหนุ่มอึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินคำตอบ   หญิงสาวเห็นอาการของชายหนุ่ม  จึงบอกว่า “ดาวไม่เอาของพี่จอมเปล่าๆดอกนะคะ  ดาวจะคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกเลยนะคะ  คือดาวก็อยากมีธุรกิจที่เป็นของตนเองบ้าง เผื่ออนาคตของเรา  คนจะได้ไม่มองว่า ทางดาวเกาะพี่จอมกินไงคะ  ”

          “โอเคร ครับ ” แล้วชายหนุ่มก็เซ็นต์เช็คเงินสดให้ พร้อมกับพูดว่า  “น้องดาวไม่ต้องคืนให้ผมก็ได้  แต่เอาเป็นว่า  ผมลงทุนร่วมหุ้นกับคุณก็แล้วกันนะครับ”  หญิงสาว รีบเข้าไปจุมพิตที่แก้มของชายหนุ่มเบาๆพร้อมกับพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อย และมีจริต

          ชายหนุ่มแอบมองหญิงสาวที่กำลังชื่นชมกับตัวเลขบนกระดาษใบนั้น และแอบถอนใจนิดๆ และคิดในใจว่า เงินช่างมีอำนาจจริงๆ ซื้อได้แม้กระทั่งความรู้สึกของคน  และในความคิดนั้นทำให้เขาคิดถึงคำพูดของลูกน้องคนสนิท  ที่ว่า
           “ เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเธอ ”   คนแบบนี้มีอยู่จริงหรือ
          ชายหนุ่มคิดอะไรเพลิน จนเกือบขับรถเลยบ้านของหญิงสาว

          “ พี่จอม คิดอะไรอยู่คะ ดาวเรียกตั้งหลายที ไม่ตอบเลย   เข้าไปดื่มอะไรเย็นๆ และนอนพักก่อนไหมคะ ”
          “ไม่ดีกว่าครับ  ดึกแล้ว  เกรงใจ คุณหญิงป้าของคุณด้วย และที่สำคัญผมมีงานโครงการที่ต้องเคลียร์กับศาสตรา ด้วย   ฝากกราบสวัสดี คุณหญิงป้าด้วยนะครับ ”
          “ เคร ค่ะ  ดาวไม่กวนแล้ว  เดินทางปลอดภัยนะคะ ” แล้วหญิงสาวก็เดินตัวปลิวเข้าบ้านไปไฟห้องโถงยังคงเปิดอยู่  “ อะแฮ้ม  ว่าไง ยายดาว ไปถึงไหนมา  แล้วเรื่องที่ป้าคุยกับเราน่ะสำเร็จไหม”
          “คุณป้า  ตกใจหมดเลย ทำไมยังไม่นอนคะ ก็ดาวบอกแล้วว่าไปกับคุณจอมทัพ และอาจจะกลับดึก ”
          “ป้าจะนอนหลับได้ยังไงล่ะ  เจ้าหนี้เขาทวงอยู่อย่างนี้ วันนี้เด็กแจ๋วบอกว่า มีคนแปลกหน้ามาเดินด้อมๆมองๆที่หน้าบ้านเราด้วย และมันก็ทวงเงินดาวด้วย  ”
          “ ดาวเข้าใจนะคะป้า  ที่ดาวทำทุกวันนี้ ก็เพื่อความอยู่รอดของพวกเราทุกคน และเรื่องที่คุยกันก็สำเร็จนะคะ แต่ก็ไม่มากนะคะป้า  ดาวเกรงใจคุณจอมเขา ”  หญิงสาวยื่นกระดาษใบน้อยให้คุณหญิงป้า เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ค้างคาอยู่
          “ได้มาแค่นี้ก็ยังดีนะลูก จะได้ยืดอายุเราไปอีก   ”  คุณหญิงป้ามองกระดาษใบน้อยอย่างมีความหมายและรีบเก็บใส่กระเป๋าทันที่
          “ดาวไปพักผ่อนเถอะลูก  นอนดึกมากๆ เดี๋ยวไม่สวย  ” หญิงสาวเดินจากไปอย่างไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง
“เฮ้อ  นี่เราทำถูกแล้วหรือ  ศักดิ์ศรี เกียรติยศของเรายังมีอยู่ไหม ”
 
ด้านชายหนุ่ม เขาขับรถตรงไปที่ห้องชุดสุดหรูภายในโครงการ รวิญญ์พาราไดซ์ วิลล์  เพราะ ขณะนี้ในใจของเขากำลังคิดถึงหญิงสาว ที่มองหาความเป็นหญิงแทบไม่เจอ  เธอ ห้าว  แกร่ง  ไม่ห่วงสวย  บนใบใหน้าไม่ได้ฉาบทาไปด้วยเครื่องสำอาง เธอไม่มีจริต ที่สำคัญ เธอไม่ตื่นตา  ตื่นใจในความร่ำรวย ความสมบูรณ์ของเขา   หรือว่าเธอแค่สร้างภาพ  เมื่อถึงห้องพัก ชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ไปหาศาสตราทันที

          “ สวัสดีครับ  เจ้านาย  มีเรื่องอะไรด่วนไหมครับ โทรมาซะดึกเลย ” ลูกน้องหนุ่มแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเจ้านายโทรมาเรื่องอะไร
          “ ขอโทษนะ ที่โทรมารบกวนตอนนี้  คือผมอยากรู้เรื่องคุณฉัตรชัย ติดต่อกลับมารึยัง ”
          “ ติดต่อมาแล้วครับ ตั้งแต่ตอนค่ำๆ  แต่ผมยังไม่แจ้ง เพราะ ไม่อยากรบกวนเวลาแห่งความสุขของเจ้านายครับ  แต่เจ้านายแน่ใจนะครับว่านี่คือสาเหตุ ที่เจ้านายโทรมาตอนนี้ แต่ผมคิดว่า น่าจะมากกว่านี้นะครับ  ให้ผมเดา เลยนะครับ  เรื่องคุณลลิณ  เธอตกลงทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง และพร้อมเข้ามาทำงานทันที่ที่มีการเซ็นต์สัญญาครับ ”
          “ ขอบใจมากนะ ศาสตรา  รบกวนคุณแค่นี้แหละ ”
          “ ไม่เป็นไรครับ  ด้วยความยินดี  และ  ฝันดีนะครับเจ้านาย”

          ชายหนุ่มฟังเพลงอย่างมีความสุข  เขานอนแช่ตัวในอ่างอาบน้ำที่แสนหรูหรา  จิบไวน์เย็นฉ่ำ  เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก คิดถึงวันที่จะได้ร่วมงานกับลลิณ คิดหาคำพูดที่จะหว่านล้อมเธออย่างไรดี จะทำวิธีใดที่จะได้ตัวเธอมาทำงานให้บริษัทของเขาแต่เพียงผู้เดียว   แล้วจะทำอย่างไรเพื่อพิสูจน์ว่า เงินของเขาจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้
ทำไมนะ ลลิณ จึงมีอิทธิพลต่อความคิดเขามากมายเช่นนี้  หรือ ว่า เขาจะเจอคนที่ใช่เข้าแล้ว






                                                                                                ปากหม้อ


          

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

ปากหม้อ (นามปากกา) นวนิยาย เรื่อง ตะวันในม่านเมฆ ตอนที่ ๒ ดาวประดับใจ



ตอนที่ ๒ 
ดาวประดับใจ





สัปดาห์ต่อมา ฉัตรชัย ได้แจ้งข่าวดีให้กับพนักงานทั้งหมดทราบว่า  รวิญญ์ กรุ๊ป ตกลงว่าจ้าง ให้บริษัทออกแบบและตกแต่งภายในคอนโดในโครงการใหม่ทั้งหมด แต่มีข้อแม้ว่า  ลลิณจะต้องไปพักที่ห้องชุดตัวอย่างภายในโครงการ และนี่เป็นเหตุผลที่เขาลำบากใจในการตัดสินใจ  จึงเรียกหญิงสาว มาปรึกษาเป็นการส่วนตัว

“ คุณฉัตร มีอะไรเร่งด่วน  หรือความลับ หรือคะ ถึงพูดในที่ประชุมไม่ได้  ”
“ นั่งก่อนสิลิณ  บอกกี่ครั้งแล้วไม่ให้เรียกคุณฉัตร คือ พี่มีเรื่องต้องปรึกษาลิณ เป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับงานออกแบบตกแต่งภายใน โครงการ รวิญญ์พาราไดซ์  วิลล์ นั่นแหละ ”
“ ก็เขาตกลงว่าจ้างเราแล้วนิค่ะ  หรือเขาตุกติกอะไรอีก ”
“เขาต้องการให้ลิณไปพักอยู่กับเขา  เขาให้เหตุผลว่า ที่พักของลิณอยู่ไกลโครงการ อาจมาทำงานให้เขาได้ไม่เต็มที่ แต่พี่คิดว่ามันไม่ใช่เหตุผลจริงๆที่เขาต้องการหรอก  พี่เป็นผู้ชายด้วยกัน พี่ดูออก  พี่จึงยังไม่เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง พี่อยากถามความคิดลิณก่อน ”  ระหว่างการสนทนา  ลลิณ แทบจะฟังไม่รู้เรื่อง เพราะ กำลังคิดถึง ชายหนุ่มที่กำลังเป็นหัวข้อในการสนทนา   ชายหนุ่ม รูปร่าง สูงโปร่ง  ผิวเข้ม  ดวงตาคมเหมือนเหยี่ยว องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวดูดี  แต่ทำไมเขี้ยวขนาดนี้ 
“ ลิณ ๆๆ  ฟังอยู่ไหมนี่”
“ ค่ะ พี่ ฟังอยู่ ลิณกำลังคิดว่า ทำไมเขาเขี้ยวจังเลย  เขาคงกลัวว่าเราทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง กลัวขาดทุน  ในหัวของเขาคงมีแต่คำว่า เงินๆๆๆๆ อยู่ตลอดเวลาสินะ พี่  ”
“ แล้วลิณ จะตัดสินใจยังไง  พี่เสนอคนอื่นแล้ว แต่เขายังยืนยัน  ว่าจะต้องเป็น ลิณ เท่านั้น ”
“ตกลง ค่ะพี่ ลิณ รับงานนี้เอง พี่ไม่ต้องห่วง ลิณ ดูแลตัวเองได้  และที่สำคัญ ลิณคงไม่ใช่หญิงในสเปคเขาหรอก
เขาให้เราเริ่มงานได้เมื่อไหร่พี่  ลิณจะได้เตรียมตัว เตรียมใจ ”
“ขอบคุณ มากๆนะลิณ  ที่ช่วยพี่    เราเริ่มงานได้ทันที อาทิตย์หน้า ”
“ อีกสองวัน พี่จะไปคุยรายละเอียด และทำสัญญากับเขา  เสร็จงานนี้ พี่มีรางวัญใหญ่ ให้ลิณ แน่นอน”
“พี่ฉัตร  อย่าลืมสัญญา ที่เราตกลงกันไว้นะคะ ” 
“แหม ย้ำจัง  พี่ไม่ลืมหรอก  เสร็จงานนี้เราจะคุยกันจริงจัง  อีกทีนะ  ”
“ไม่ใช่คุย นะพี่  พี่ต้องทำตามสัญญาที่เราคุยกันไว้ เพียงอย่างเดียว เราคุยกันมามากแล้ว”
“เครๆๆ พี่จัดให้ ตามที่ลิณต้องการแน่นอน”

          เมื่อหญิงสาวออกจากห้องไป ฉัตรชัยกลับคิดหนักกว่าเดิม  กลับคำสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงสาวที่เป็นทั้งลูกน้อง และคนที่เขารักเหมือนน้องสาว  คิดถึงวันเวลาที่ร่วมกันต่อสู้ ตั้งบริษัทขึ้นมา  วิ่งหางานกันเพื่อความอยู่รอด จนสามารถนำพาบริษัท ยืนหยัดอยู่ได้ในแถวหน้าๆ  แต่ทุกวันนี้คู่แข่งทางธุรกิจก็เยอะมาก  วิธีการทำงานก็มีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้น
ลลิณ คือแม่เหล็กที่คอยดูดงาน และเงินมาหล่อเลี้ยงทุกคน  ถ้าขาดเธอไป เขาคงลำบากไม่น้อย หญิงสาวเคยขอเขากลับไปทำงานที่บ้านเกิดหลายครั้ง  แต่เขาขอร้องให้เธออยู่ช่วยงานก่อน  เขารู้จักนิสัยของหญิงสาวดี ว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักที่เธอต้องการ  ดังนั้นการที่เธอไปทำงานในครั้งนี้ จึงไม่น่าหนักใจ สำหรับเขา  มีบริษัทมากมายเสนอเงินเดือนให้เธอมากมาย  แต่เธอไม่เคยสนใจ   เสร็จโครงการนี้ คงต้องปล่อยเธอไปจริงๆเสียแล้ว

          ในอีกมุมหนึ่ง ของเมืองกรุง นักธุรกิจหนุ่ม นั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งผู้บริหารในห้องทำงานที่แสนสบาย เครื่องปรับอากาศถูกเปิดให้อากาศเย็นฉ่ำ แต่กลับนั่งกระสับกระส่าย เดินไปมา อย่างกลับกำลังรอใครสักคน
          “คุณจอมทัพ ให้คนเรียกผมมาพบ มีเรื่องอะไรเร่งด่วนหรือครับ”
          “ คุณฉัตรชัย ติดต่อกลับมา รึยัง  และเรื่องที่ผมให้ไปสืบได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
          “ยังไม่ติดต่อมาเลยครับ แต่ผมคิดว่า คงเร็วๆนี้แหละครับ  งานใหญ่ เงินเยอะ ขนาดนี้ เขาคงไม่ปฏิเสธหรอก
และเรื่อง สถาปนิกสาว คนเก่ง ที่คุณให้ผมไปสืบนั้น ได้ความว่าอย่างนี้ครับ”

          นางสาวลลิณ   กุลพงษ์  อายุ  ๓๒ ปี  เป็นลูกสาวเจ้าของสวนส้มเล็กๆอยู่ทางภาคเหนือ อาศัยอยู้กับพ่อและอา กำพร้าแม่มาตั้งแต่เล็กๆ  จบจากสถาบันเดียวกันกับคุณฉัตรชัย เป็นรุ่นน้องเขา  เขารักหญิงสาวคนนี้มาก  เพราะทั้งคู่ช่วยกันก่อตั้ง พี่น้องอาร์ต ดีไซน์  มาด้วยกัน  หญิงสาวมีนิสัย แกร่ง มุ่งมั่น ใจเด็ดเดี่ยว พูดน้อย  ทำงานเก่ง เคยมีหลายๆที่ต้องการเธอไปร่วมงานด้วย  แต่เธอไม่ไป
          “เงินน้อยไปหรือเปล่า ”
          “เท่าที่ผมสืบทราบมา เงินไม่ใช่ประเด็นครับ  ความพอใจและความสุขในการทำงานคือปัจจัยสำคัญ”
          “ ยังมีคนแบบนี้หลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกหรือ แต่ผมก็ยังเชื่อนะศาสตราว่า  เงินเท่านั้น ที่จะบันดาลทุกอย่างให้เราได้อย่างไม่มีเงื่อนไขด้วย  เรามาคอยดูว่า เงินของผมจะทำอะไรเธอได้บ้าง  ถ้ไม่ได้  คุณเอาโบนัสไปเลยครึ่งปี ถ้สทำได้คุณชวดโบนัสปีนี้แน่ๆ ”
          “ ผมไม่มีทางเลือกใช่ไหมครับ  ครับผม ตามนั้นเลย ”
          “เจ้านายคะ คุณระดับดาวต้องการเรียนสายด้วยค่ะ  ” เสียงเลขา ลอดผ่านอินเตอร์คอมเข้ามาภายในห้อง
          “ โอนสาย เข้ามาเลย  จิตรี ” 
ศาสตรามองหน้าเจ้านายและยิ้มอย่างรู้จักหน้าที่ เขารีบขอตัวไปทำงานต่อ  พร้อมกับภาระอันหนักหน่วงที่เจ้านายมอบให้  มันเป็นภาระที่ชี้อนาคตของเขาเลย
          “ ทำไม ทำหน้า เบื่อโลกแบบนั้นคะ ศาสตรา  ” เลขาหน้าห้องส่งเสียงถามเมื่อเขาออกมาจากห้อง
          “เฮ้อ พี่จิตรี เงินนี่สำคัญมากไหมพี่ ”
          “ตอบยากนะ  สำคัญหรือไม่สำคัญก็แล้วแต่มุมมองของคนนะ  แต่พี่สำคัญยุนะ  ถ้าไม่สำคัญ เราคงไม่มาอยู่ที่นี่หรอกนะ  ไปๆทำงาน ยังหนุ่มยังแน่นอย่าคิดมาก  เดี๋ยวไม่มีเงินไปซื้อของกำนัลให้สาวนะ ”
“ พี่พูดถูก  ไปแล้วครับ  ทำงานๆๆ  เงินๆๆ หลายปากหลายท้องรออยู่ ”
          เวลา ห้าโมงเศษๆ จอมทัพก็ได้ต้อนรับสาวน้อยระดับดาว  
          “ เจ้านายค่ะ  คุณระดับดาวขอเข้าพบค่ะ ”
          “ ครับ เชิญเข้ามาเลยครับ”
          “ สวัสดีค่ะ พี่จอม  พี่จอมเห็นโบชัวร์ ร้านเพชรยังคะ ”
          “ ออ ครับ น้องดาวไปดูมารึยังครับ สนใจชิ้นไหน บอกคนขายส่งบิลมาที่พี่เลยนะครับ” 
          “ พี่จอมรู้ใจดาวที่สุดเลย  ดาวรักพี่จอมจังเลย วันนี้เราไปนั่งรถเล่นกันนะคะ  แล้ว แวะกินอาหารญี่ปุ่น กันนะคะ ”
          “ ตามใจ น้องดาวเลยครับ  รอสักครู่นะครับ  พี่ขอเคลียร์งานสักครู่ ”
คนทั้งคู่พากันขับรถหรูกินลมชมวิว เลาะเรียบชายทะเล  เป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป
          


                                                                                                     ปากหม้อ